ซีเอสซีชี้ตลาด "พีซี-โน้ตบุ๊ค" อาการหนักต่อเนื่องมีแต่ "ทรงกับทรุด" ยอดขายไม่วิ่ง วอนผู้ค้าคอมพ์รายใหญ่ปรับโครงสร้างใหม่ เพิ่มกำไรผู้ค้าปลีก
นายพิชัย นีรนาทโกมล ประธานกรรมการบริหาร ซีเอสซี บริษัทค้าปลีกไอที โทรศัพท์มือถือ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคอมพิวเตอร์พีซี โน้ตบุ๊ค ปีนี้ยังมีอาการ "ทรงกับทรุด" ยอดขายยังไม่วิ่งมากเหมือนกับกลุ่มแทบเล็ต-สมาร์ทโฟน ที่เติบโตก้าวกระโดด
"ฝั่งของพีซี และโน้ตบุ๊คนั้น บริษัทกำลังเจรจากับผู้ค้าคอมพ์รายใหญ่ขอให้ปรับโครงสร้างรายได้ และกำไรใหม่ เพราะปัจจุบันผู้ค้าปลีกรายย่อยได้กำไรต่อเครื่องน้อยมาก บางรายไม่ถึง 7% ขณะที่ยอดขายก็ไม่ได้เติบโตรวดเร็วมากเหมือนอดีต
"หรือไม่ผู้ค้าต้องทำสมนาคุณพิเศษ เช่น เพิ่มแรม แถมแฟลชไดร์ฟ แจก หรือแถมอุปกรณ์ย่อยๆ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เพราะถ้าขนาดค้าปลีกอย่างเราอยู่ไม่ได้ รายเล็กก็อยูไม่ได้เหมือนกัน วันนี้เราต้องเอาตัวเลขกับความเป็นจริงมาคุยกัน ซึ่งเวนเดอร์หลายรายมีความเข้าใจ"
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเริ่มขยับส่วนต่างกำไรในสินค้ารุ่นใหม่ๆ เพิ่มสูงขึ้น เสริมมูลค่าสินค้าเข้าไป ทำให้ผู้ค้าปลีกขายสินค้าได้ง่าย และดึงดูดใจมากขึ้น ทั้งยอมรับว่า การนิ่งของตลาดในช่วงที่ผ่านมา ยังเป็นผลมาจากโครงการรัฐบาลทั้งรถคันแรก และบ้านหลังแรก ทำให้ยอดใช้จ่ายจากลูกค้ากลุ่มนี้หายไป
นายพิชัย กล่าวด้วยว่า หนทางอยู่รอดของค้าปลีกไอทียุคนี้ ต้องพยายามคุมสต็อกสินค้าให้ไม่มากหรือน้อยเกินไป เน้นแบบออนดีมานด์ ลูกค้าซื้อด้วยเงินสด ก็จะมีส่วนลดให้ พร้อมกันนี้ ยังแตกไลน์สินค้าหันไปเน้นกลุ่มสมาร์ทโฟน แทบเล็ตเพิ่มมากขึ้น เพราะมีกำไรต่อเครื่องสูงถึง 10-20% บางรายสูงถึง 30%
บริษัทตั้งเป้าปีนี้ รายได้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือกว่า 6 พันล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไอที 40% ธุรกิจมือถือ 55% และธุรกิจบีทูบี 5%
ทิศทางธุรกิจของบริษัทจะเน้นธุรกิจมือถือมากยิ่งขึ้น เพราะโอกาสทางการตลาดที่มีมากกว่าสินค้าไอที ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมียอดขายมากถึง 20 ล้านเครื่อง และ 50% เป็นสมาร์ทโฟน
ส่วนของยอดขายคาดว่า ปีนี้ จะมีรายได้จากกลุ่มโมบาย ราว 3,300 ล้านบาท กลุ่มไอทีราว 2,300 ล้านบาท ส่วนธุรกิจบีทูบี บริษัทยังมีโครงการในมือที่รอการส่งมอบอยู่ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าสถาบันการศึกษา และหน่วยงานราชการ
นายราเชนทร์ อ่วมแก้ว กรรมการผู้จัดการ ซีเอสซี กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทจะมีแบรนด์มือถือเพิ่มขึ้นในร้าน เช่น แอลจี ไอโมบาย ขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 50 สาขา จากปัจจุบันมีเกือบ 130 สาขา
ปี 2555 มีรายได้รวม 3.4 พันล้านบาท ซึ่ง 70% มาจากลุ่มสินค้าไอที หรือราว 2.4 พันล้านบาท 25% มาจากธุรกิจมือถือ หรือประมาณ 850 ล้านบาท และอีก 5% หรือกว่า 170 ล้านบาท มาจากธุรกิจบีทูบี รายได้เติบโตกว่าปี 2554 กว่า 100% จากการหันมาบุกธุรกิจมือถือเต็มตัว และรักษาการเติบโตของธุรกิจไอทีไว้ได้
"ปีนี้ จะเป็นปีที่เรารุกตลาดมือถือ แทบเล็ตเพิ่มอย่างเต็มที่ เราหวังว่าภายในปี 2557 จะมียอดขายรวมทั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น